มาดู!! ยอดนักเตะที่ย้ายกลับสู่ทีมเก่าแล้วยังประสบความสำเร็จได้  

เวย์น รูนีย์ อดีตกัปตันทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่หวนคืนกลับถิ่นเก่าอย่าง “ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตันอีกครั้ง ท่ามกลางข้อสงสัยที่ตามมาอีกมากมายว่า การย้ายกลับมาค้าแข้งกับถิ่นกูดิสัน ปาร์คจะเป็นการถอยหลังลงคลองหรือไม่ ซึ่งในวันนี้เราเลย จะมาย้อนดูนักเตะรายอื่นๆ กันบ้างที่พวกเขานั้นได้ย้ายกลับคืนสู่ถิ่นเก่าแต่ก็ยังสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างสวยงาม ซึ่งนักเตะเหล่านั้นมีใครบ้าง เรามาดูกัน

มาร์ค ฮิวจ์ส กลับมาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกครั้ง

มาร์ค ฮิวจ์ส

มาร์ค ฮิวจ์ส เริ่มต้นแจ้งเกิดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 1983 ก่อนที่นักเตะจะก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี 1985 และด้วยความร้อนแรงเกินวัยของเขาเขาจึงได้ดิบได้ดีย้ายมาซบทีมยักษ์ใหญ่อย่าง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนาในปีต่อมา แต่ก็ใช่ว่าการย้ายไปค้าแข้งกับเจ้าบุญทุ่มจะดีอย่างที่คาดฝันไว้ เพราะ มาร์ค ฮิวจ์ส ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมลีกสเปนได้จนสุดท้ายแล้วนักเตะต้องย้ายกลับมาตายรังเก่าอย่าง ปีศาจแดงอีกครั้ง และเพียงปีแรกที่เขาได้ย้ายกลับมาเขาก็สามารถคว้านักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีมาครองได้ในทันที และเมื่อทำการพิจารณาผลงานตลอดระยะเวลา 7 ปีที่เขาย้ายกลับมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นถือได้ว่าเป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยซ้ำ สำหรับมาร์ค ฮิวจ์ส ซึ่งเขาซัลโวไปแล้ว 116 ประตูจาก 352 เกม ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอคัพ 2 ครั้ง ลีกคัพ, ยูฟ่า คัพ, วินเนอร์ คัพ และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ รายการละ 1 สมัย

คาร์ลอส เตเบซ คัมแบ็ค โบคา จูเนียร์ส

คาร์ลอส เตเบซ

ตั้งแต่ปี 2004 คาร์ลอส เตเบซ ได้เริ่มต้นเทิร์นโปร์นักฟุตบอลอาชีพกับโบคา จูเนียร์ส และย้ายไปสร้างชื่อเสียงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และกับยูเวนตุส แต่สุดท้ายแล้วนักเตะก็ได้ทำการตัดสินใจย้ายกลับมาบ้านเก่าหลังเดิมเมื่อปี 2015 และแม้ว่าเขาจะจากบ้านเกิดไปนานถึง 11 ปี แต่คาร์ลอส เตเบซ ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวัง เขากลายเป็นกำลังหลักที่สำคัญช่วยให้ โบคา จูเนียร์ส คว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้งลีกอาร์เจนไตน์ และฟุตบอลถ้วยในประเทศด้วยการยิงไปได้ทั้งสิ้น 25 ประตูจาก 58 เกม

เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ หวนคืนสู่ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์

เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ เจ้าของฉายา ฉลามขาว ได้กลายเป็นที่รักของแฟนบอลสเปอร์ และเป็นที่น่าจดจำในฤดูกาล 1994-1995 ด้วยการทำผลงานสุดยอดเยี่ยมยิงไป 30 ประตูรวมทุกรายการ ก่อนที่นักเตะจะทำการตัดสินใจย้ายกลับไป บาเยิร์น มิวนิค ทีมบ้านเกิด จนกระทั่งอีก 3 ปีต่อมา ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในขณะนั้นตกอยู่ในสภาวะที่คับขันจนอยู่โซนท้ายตารางต้องดิ้นรนจากการหนีตกชั้น เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ต้องหวนกลับคืนสู่กรุงลอนดอนอีกครั้ง เมื่อปี 1998 และเขามีส่วนช่วยในการกอบกู้วิกฤตช่วยทีมรอดจากการตกชั้นได้สำเร็จ

เนมันย่า มาติช คืนสู่ เชลซี

เนมันย่า มาติช

ตอนหวนคืนกลับสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ใหม่ในปี 2009 เนมันย่า มาติช ไม่สามารถทำการแจ้งเกิดกับทีมได้ จึงต้องถูกขายทิ้งไปให้กับ เบนฟิก้า เมื่อปี 2011 และการย้ายไปอยู่ลีกฝอยทองได้ลงผลดีต่อนักเตะพัฒนาฝีเท้าดีขึ้นอย่างน่าตกใจ และสุดท้ายก็เป็น โจเช มูรินโญ ผู้จัดการทีมในตอนนั้นได้เป็นคนชักนำ เนมันย่า มาติช กลับคืนสู่ลอนดอนเมื่อเดือนมกราคมปี 2014 จนกระทั่งฤดูกาลถัดมา เขาก็ได้กลายมาเป็นนักเตะตัวหลักที่มีส่วนช่วยให้ เชลซี คว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้งพรีเมียร์และลีก คัพรวมถึงฤดูกาลล่าสุด นักเตะก็มีส่วนช่วยให้ทีมทวงแชม์ป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

ดาวิด ลุยซ์ ย้ายกลับ เชลซี

ดาวิด ลุยซ์

กองหลังหัวฟู ที่เคยสร้างความฮือฮาตั้งแต่ออกจากเชลซี ย้ายเข้าสู่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์จนกลายเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปเมื่อปี 2014 จนเมื่อช่วงหน้าร้อนปีที่ผ่านมา อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมก็ได้ทำการตินใจซื้อ ดาวิด ลุยซ์ กลับคืนมาสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์อีกครั้ง ซึ่งตัวนักเตะเองได้ยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อให้ได้กลับคืนสู่ทีมเก่า ท่ามกลางความสงสัยจากใครหลายๆ คนไม่เว้นแม้กระทั่งแฟนบอลเชลซีด้วยกันเอง จนกระทั่ง คอนเต้ ได้คิดค้นสูตรสำเร็จเปลี่ยนมาใช้หลังสาม และก็ได้ผลดีเกินคาด โดยเฉพาะกับ ลุยซ์ ที่สามารถเข้ากับแท็กติกส์นี้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนมีส่วนทำให้ เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาพร้อมกับทุบสถิติเก็บชัยชนะได้มากที่สุดต่อฤดูกาลทะลุ 30 เกมเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์